ผมจะเเนะนำวิธีดูให้นะครับ www.forexfactory.com เปิดเว็บนี้ตามไปด้วยจากตารางข่าวของเว็บ Forexfactory จะประกอบด้วย Date(วันที่) ,Time (เวลา),
Currency
(ค่าเงิน), Impact (ความแรงของข่าว), Actual (ตัวเลขที่ออกจริง),
forecast(ตัวเลขคาดการณ์จากนักวิเคราะห์)
,previous(ตัวเลขที่ออกก่อนหน้านั้น)Impact
มันจะมีสี
กำกับอยู่หน้าข่าวครับ โดยสีแดงจะเป็นข่าวที่มีความสำคัญมากที่สุด
รองลงมาคือสีส้ม และสีเหลือง
และสีข่าวจะแสดงว่าเป็นวีนหยุดของตลาดของประเทศนั้นและตัวเลขจริงที่ออก มา
Actual ตัวเลขที่ออกมาจะมี 3 สีด้วยเช่นกัน คือ
สีเขียว หมายถึง ข่าวดี
สีแดง หมายถึง ข่าวไม่ดี
สีดำ คือ ไม่มีข่าวนั้นออกมาหรือมีเเต่ไม่ส่งผลอ่ะไร
โดย
ขึ้นอยู่กับความแรงของข่าวด้วย Impact ถ้าข่าว High Impact สีแดง
และตัวเลขที่ประกาศออกมา เป็นสีเขียวหรือสีแดง
ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงประมาณ 1xxpips ขึ้นไป
-วิธี
การเก็งกำไรจากข่าวในตาราง Forexfactory ให้รอดูตัวเลขจริง Actual
ออกมาก่อนนะครับ
เมื่อตัวเลขจริง(actual)ออกมามากกว่าเมื่อเทียบกับตัวเลขที่คาด
การณ์(forecast)ไว้จะส่งผลทำให้ดีกับค่าเงินนั้นๆ
แต่ถ้าตัวเลขจริงออกมาน้อยกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ไว้จะส่งผลเสียกับค่าเงิน
นั้นๆ เช่น ถ้าข่าวของ USD ออกมามากกว่า
ตัวเลขคาด
การณ์(Forecast) จะทำให้ USD / XXX ขึ้น และทำให้ XXX / USD ลง ( XXX คือ
ค่าเงินของประเทศนั้นๆเมื่อเทียบกับดอลล่าห์สหรัฐ(USD)อาทิเช่น JPY CHF CAD
AUD NZD GBP )
ถ้าข่าว Gross Domestic Product หรือ GDP
ของอังกฤษ(GBP)
ตัวเลขออกมามากกว่าที่ตัวเลขที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์เอาไว้จะส่งผลให้
กราฟของ GBP/USD , GBP/JPY,GBP/CHF ขึ้น และกราฟ EUR/GBP จะลง
ระดับความสำคัญของปฏิทินเศรษฐกิจ
1. สำคัญมาก
ชื่อ
ก็บอกอยู่ แล้วว่าสำคัญมาก
ซึ่งจะเป็นข่าวและตัวเลขที่มีผลกระทบกับค่าเงินของประเทศนั้น ๆ อย่างแรง
เมื่อตัวเลขประกาศแล้ว จะมีปริมาณการซื้อขายที่สูงมาก ๆ
ซึ่งจะส่งผลอยู่ประมาณ 5 – 10 นาที เราอาจจะได้เห็นกราฟเป็นแท่งยาว ๆ
ทั้งขึ้น และ ลง ในเวลาเดียวกัน
2. สำคัญ
อันนี้ก็
สำคัญ ก็จะส่งผลกระทบกับตลาดเงินมากแต่น้อยกว่า “สำคัญมาก” อยู่นิดนึง
ซึ่งก็จะส่งผลให้มีกราฟยาว ๆ (แต่ขนาดของแท่งจะสั้นกว่าแบบแรก)
3. ทั่วไป
อัน
นี้จะเป็นข่าวเศรษฐกิจทั่ว ๆ ไป มีผลบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง
หากประกาศวันเดียวกับ 2 ตัวบน อาจจะไม่ส่งผลอะไรสำคัญเลย
แต่ถ้าประกาศตัวเดียว โดด ๆ อาจมีผลบ้างโดยหากสวนทางกับ 2
ตัวข้างบนอาจทำให้ตลาดนำข่าวนี้มาเล่นได้ เพราะจะเป็นตัววัดอย่างหนึ่งว่า
ตัวเลขอื่นอาจจะหลอกลวงได้
คราวนี้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศนั้นเกี่ยวอะไรกับราคาทองคำ โดยปกติราคาทองคำจะขึ้นอยู่กับ
1. อัตราแลกเปลี่ยนของ USD
2. ราคาน้ำมัน
3. ราคาของโลหะพื้นฐาน และ โลหะอื่น พวก ทองแดง เงิน แพตตินั่ม พาลาเดียม
4. อื่น ๆ (ยังนึกมะออกจ้ะ)
คราวนี้ตัวเลขที่ประกาศจะกระทบกับ 2 อย่างตรงๆ คือ อัตราแลกเปลี่ยน กะราคาน้ำมัน แล้ว 2 ตัวนี้มีความเกี่ยวข้องกะราคาทองคำอย่างไร?
1.
อัตราแลกเปลี่ยน โดยปกติ ถ้าไม่มีข่าวอย่างอื่น (หมายถึงพวกข่าวก่อการร้าย
ภัยธรรมชาติ ฯลฯ) ที่มีน้ำหนักมากกว่า อัตราแลกเปลี่ยนก็จะมีผลตรง ๆ
โดยไม่มีอย่างอื่นมาทำให้ราคาเพี้ยนไปจากเดิม โดยปกติแล้ว ทองคำจะขึ้นเมื่อ
USD อ่อนค่า และ ทองคำจะลง เมื่อ USD แข็งค่า แล้วคำที่ว่าอ่อนค่า กับ
แข็งค่า เนี่ย เค้าเทียบกะสกุลไหนบ้าง โดยปกติแล้วจะดูที่ 2 สกุลใหญ่ ชื่อ
JPY และ EUR หากสองอันนี้ไปในทิศทางเดียวกัน ก็แสดงว่า USD อ่อน หรือ
แข็งจริง ๆ จ้ะ
2. ราคาน้ำมัน จะเป็นตัวช่วยดัน หรือ ฉุด ราคาทองคำในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน
เอาละ... มาดูกันว่าโดยปกติปฏิทินเศรษฐกิจที่เค้าขยันประกาศตัวเลขกันมีอะไรบ้าง (มันอาจจะไม่ครบทุกอย่างนะ)
ระดับที่เรียกว่าสำคัญมาก...
ลำดับชื่อในปฏิทิน
1 Non farm Payrolls
2 Unemployment Rate
3 Trade Balance
4 GDP ( Gross Domestic Production )
5 PCE Price Deflator ( Personal Consumption Expenditure)
6 CPI ( Consumer Price index )
7 TICS ( Treasury International Capital System )
8 FOMC ( Federal open Market committee meeting )
9 Retail Sales
10 Univ. Of Michigan Consumer Sentiment Survey
11 PPI ( Producer Price Index )
ระดับที่เรียกว่าสำคัญ...
ลำดับชื่อในปฏิทิน
12 Weekly Jobless Claims
13 Personal Income
14 Personal spending
15 BOE Rate Decision ( Bank Of England )
16 ECB Rate Decision ( Europe Central Bank )
17 Durable Goods orders
18 ISM Manufacturing Index ( Institute of Supply Manager )
19 Philadelphia Fed. Survey
20 ISM Non-Manufacturing Index
21 Factory Orders
22 Industrial Production & Capacity Utilization
23 Non-Farm Productivity
24 Current Account Balance
25 Consumer Confidence ( Consumer Sentiment )
26 NY Empire State Index - ( New York Empire Index )
27 Leading Indicators
28 Business Inventories
29 IFO Business Index ( Institute of IFO in Germany )
ระดับปานกลางถึงทั่วไป โดยมากใช้เป็นตัววัดพื้นฐาน...
ลำดับชื่อในปฏิทิน
30 Housing Starts
31 Existing Home sales
32 New Home Sales
33 Auto and Truck sales
34 Employee Cost Index - Labor Cost Index
35 M2 Money Supply - Money Cost
36 Construction Spending
37 Treasury Budget
38 Weekly Chain Stores - Beige Book -Red Book
39 Whole Sales Trade
40 NAPM ( National Association of Purchasing Management)
กลุ่มสำคัญมาก
Trade Balance
โดย
ปกติประกาศทุกวันที่ 20 ของเดือน ซึ่งจะเป็นข้อมูลของ 2 เดือนก่อนหน้านี้
โดยการประกาศจะบอกให้รู้ถึงทิศทางของการส่งออกและการนำเข้า ซึ่งตัวเลข
Trade Balance จะสามารถคาดคะเนตัวเลข GDP ในอนาคตได้ ตัวเลข Trade Balance
จะนำค่าตัวเลข Export ลบกับ ตัวเลข Import หากผลที่ออกมามีค่าเป็น +
จะหมายถึงเศรษฐกิจที่ดี และมีผลทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นตามไปด้วย
Gross Domestic Product หรือ GDP
จะ
ประกาศทุก ๆ สัปดาห์ที่ 3 หรือ 4 ของเดือน โดย GDP
คือตัววัดที่กว้างที่สุดเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจ การที่ตัวเลข
GDP
เปลี่ยนแปลงไปจะหมายถึงความเปลี่ยนแปลงของอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ
ซึ่งจะบ่งบอกเกี่ยวพันถึงอัตราเงินเฟ้อ การที่ตัวเลข GDP
เพิ่มขึ้นจะทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นตามไปด้วย
Personal Consumption Expenditure หรือ (PCE)
ประกาศ
ทุกๆ วันแรกของการทำงานของเดือน โดย PCE
จะบอกถึงการอุปโภคบริโภคของภาคครัวเรือน โดย PCE
จะบ่งบอกถึงความสามารถในการจับจ่ายของภาคครัวเรือน โดยตัวเลข PCE
ที่สูงจะบ่งบอกถึงเศรษฐกิจที่เติบโต ซึ่งจะทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
Consumer Price Index หรือ CPI
ประกาศ
ทุกๆ วันที่ 13 ของเดือน โดย CPI
จะเป็นตัววัดเกี่ยวกับระดับราคาของสินค้าและบริการที่ซื้อโดยผู้บริโภค CPI
ที่เห็นประกาศกันจะมี CPI กับ Core CPI ซึ่งต่างกันตรงที่ว่า Core CPI
จะไม่รวม ภาคอาหารและ ภาคพลังงานโดยปกติ CPI
จะเป็นตัวที่บ่งบอกถึงอัตราเงินเฟ้อ โดยตัวเลข CPI
ที่สูงจะเป็นตัววัดเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่สูง ซึ่งจะทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลง
Treasury International Capital System หรือ TICS
ประกาศ
ทุกวันที่ 5 ของการทำงานในแต่ละเดือน โดย TIC จะรวบรวมข้อมูลของ US
เพื่อดูว่าการลงทุนของคน US และ คนต่างชาติเป็นอย่างไรบ้าง โดยหากข้อมูล
TICS เป็นตัวเลขที่สูงจะหมายถึงเศรษฐกิจของ US
ที่แข็งแกร่งซึ่งมีผลทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
Federal Open Market Committee หรือ FOMC
จะ
ประชุมเมื่อไร ไม่มีตายตัวแน่นอน แล้วแต่เค้าจะนัดกัน
โดยการประชุมจะดูภาพรวมและผลของการประชุมที่สนใจกันคือเรื่องของอัตรา
ดอกเบี้ย การปรับอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมีผลทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
Retail Sales
ประกาศ
ทุกวันที่ 13 ของเดือน ซึ่งจะเป็นข้อมูลของเดือนที่แล้ว
โดยจะวัดจากใบเสร็จของการค้าปลีก ซึ่งโดยปกติจะมองในภาพของสินค้า
ซึ่งจะไม่สนใจเรื่องของบริการ และอื่น ๆ (เช่นพวกค่าเบี้ยประกัน
หรือค่าทนาย) Retail Sales ที่ไม่รวมการซื้อรถ จะเรียกว่า Core Retail
Sales โดยการเปลี่ยนแปลงของตัวเลขการขายจะหมายถึงราคาที่เปลี่ยนแปลงไป
ไม่ได้หมายถึงความต้องการซื้อที่ลดลง การที่ตัวเลข Retail Sales
มีตัวเลขที่สูงหมายถึงเศรษฐกิจที่ดีและแข็งแกร่ง
ซึ่งมีผลทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
University of Michigan Consumer Sentiment Index
ออก
ทุกวันศุกร์ที่สองของเดือน โดย Michigan Index
จะเปรียบเทียบระหว่างดัชนีสองตัวคือ สิ่งที่คาดหวัง และ สิ่งที่เป็นไปจริง ๆ
ถ้าสิ่งที่คาดหวังไว้และสิ่งที่เป็นจริงมีค่าใกล้เคียงกัน
หมายถึงเศรษฐกิจเป็นไปในแนวทางเดียวกับที่หวังไว้
ซึ่งจะทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
Producer Price Index หรือ PPI
ประกาศ
แถว ๆ วันที่ 11 ของเดือนซึ่งจะเป็นข้อมูลของเดือนก่อน PPI
จะเป็นตัววัดราคาของสินค้าในมุมมองของการค้าส่ง PPI
ที่ไม่รวมพวกอาหารและพลังงานจะเรียกว่า Core PPI ซึ่งจะถูกจับตามองมากกว่า
เพราะจะมีผลกับอัตราเงินเฟ้อ เนื่องจาก PPI จะเป็นตัวที่ออกมาก่อน CPI หาก
PPI มีค่าสูงมักจะทำให้ CPI มีค่าที่สูงตามไปด้วย ดังนั้นการที่ PPI
มีค่าสูงจะทำให้ค่าเงินอ่อนค่าลง
กลุ่มสำคัญ
Initial Weekly Jobless Claims
ประกาศ
ทุกวันพฤหัส จะเป็นข้อมูลของสัปดาห์ปัจจุบันรวมถึงวันศุกร์ที่แล้วด้วย
ซึ่งจะบอกถึงการว่างงาน
โดยปกติจะสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้จากข้อมูลก่อนหน้าย้อนหลังไปราว ๆ 4
สัปดาห์ แล้วมาทำเป็นกราฟ ทั่วไปแล้วหากมีความเปลี่ยนแปลงเกิน 30,000
จะเป็นสัญญาณบอกถึงการจ้างงานที่เปลี่ยนแปลงไป (อาจจะดีขึ้นหรือแย่ลง)
ตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นหมายถึงคนว่างงานที่มากขึ้น
ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินอ่อนค่าลง
Personal Income
ประกาศ
แถว ๆ วันที่ 5 ของการทำงานในแต่ละเดือน Personal Income
เป็นตัววัดเกี่ยวกับรายได้ (ไม่สนว่าจะได้มาจากไหน เช่นพวก ค่าเช่า,
ได้มาจากรัฐ, เงินเดือน, ดอกเบี้ย หรืออื่น ๆ)
โดยตัวนี้จะเป็นตัวชี้ถึงความต้องการในการบริโภคในอนาคต (แต่ไม่เสมอไปนะ
เพราะบางทีรายได้ที่มากขึ้น แต่คนอาจจะไม่จับจ่ายใช้สอยก็ได้) ตัวเลข
Personal Income
ที่สูงจะหมายถึงอำนาจในการซื้อและเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเศรษฐกิจน่าจะดี
ซึ่งจะทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
Personal Spending
ประกาศ
แถว ๆ วันแรกของการทำงานของเดือน ซึ่งจะเป็นข้อมูลของสองเดือนก่อนหน้า
Personal Spending จะเป็นตัวเลขเกี่ยวกับรายจ่ายของบุคคล
การจับจ่ายที่ลดลงจะหมายถึงรายได้ที่ลดลง ซึ่งจะทำให้กระแสเงินโดยรวมลดลง
(แต่ก็เช่นเดียวกับ Personal Income
บางทีการจ่ายลดลงไม่ได้หมายถึงรายได้ที่ลดลง
แต่อาจจะไม่อยากจะจับจ่ายก็เป็นได้) ตัวเลขการจับจ่ายที่มากขึ้น
จะเป็นสัญญาณที่บ่งว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
Europe Central Bank (ECB), Bank Of England (BOE), Bank Of Japan (BOJ)
การ
ประกาศตัวเลขอัตราดอกเบี้ยของประเทศต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ US
จะทำให้ค่าเงินของประเทศนั้น ๆ เปลี่ยนแปลงไป
โดยการขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
โดยปกติการปรับอัตราดอกเบี้ยจะคำนึงถึง 2 อย่างคือ
- อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (อาจจะอ่อนไป หรือแข็งไป)
- อัตราเงินเฟ้อ และเงินฝืด
ECB
ประกอบไปด้วย 25 ประเทศในยุโรป คือ Italy, France, Luxembourg, Belgium,
Germany, Netherlands, Denmark, Ireland, United Kingdom, Greece, Spain,
Portugal, Austria, Finland, Sweden, Czech Republic, Estonia, Cyprus,
Latvia, Lithuania, Hungary, Malta, Poland, Slovakia และ Slovenia
Durable Goods Orders
ประกาศ
แถว ๆ วันที่ 26 ของเดือน ซึ่งเป็นข้อมูลของเดือนก่อน
โดยจะเป็นตัววัดปริมาณของการสั่งสินค้า การส่งสินค้า
โดยจะเป็นตัววัดถึงภาคการผลิต
ซึ่งหากว่าเศรษฐกิจมีปัญหาจะส่งผลให้ปริมาณการสั่งสินค้าลดลง
ตัวนี้จะเป็นเหมือนตัวบอกถึง GDP และ PDE การที่ตัวเลข Durable Goods
Orders มีค่าที่มากขึ้น จะบ่งบอกถึงเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
ซึ่งจะทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
Institute of Supply Management หรือ ISM
ออก
ทุกวันแรกของการทำงานของเดือน ซึ่งเป็นข้อมูลของสองเดือนก่อนหน้า
ตัวนี้จะเป็นตัวที่บ่งบอกถึงภาคการผลิต
ซึ่งรวบรวมข้อมูลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับ การสั่งซื้อสินค้าใหม่, การผลิต,
การจ้างงาน, สินค้าคงคลัง, เวลาในการขนส่ง, ราคา, การส่งออก และการนำเข้า
การที่ตัวเลข ISM มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจะแสดงถึงเศรษฐกิจที่ดี
และสามารถทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นได้
Philadelphia Fed Survey
ออก
ราว ๆ วันแรกของการทำงานของเดือน ซึ่งจะเป็นข้อมูลของสองเดือนก่อนหน้า
โดยการสำรวจนี้จะมองมุมกว้างในทิศทางของภาคการผลิต
ซึ่งจะมีความสัมพันธ์ร่วมกับ ISM ที่มองเป็นลักษณะของการผลิตเป็นตัว ๆ ไป
โดย Philadelphia Fed Survey จะบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของยุทธวิธีของผู้ผลิต
ประกอบด้วย ชั่วโมงการทำงาน, พนักงาน และอื่น ๆ
ซึ่งตัววัดตัวนี้มีความสำคัญมากในระบบเศรษฐกิจ
การที่ตัวเลขเพิ่มขึ้นจะทำให้ค่าเงินแข็งขึ้น
ISM Service Index หรือ Non-Manufacturing ISM
ออก
ราว ๆ วันที่สามของการทำงานของเดือน ซึ่งเป็นข้อมูลของสองเดือนก่อน
ซึ่งเป็นการสำรวจของกลุ่ม การเงิน, ประกันภัย, อสังหาริมทรัพย์, สื่อสาร
และ ทั่วไป การที่ตัวเลข ISM เพิ่มขึ้นหมายถึง demand ที่เพิ่มขึ้น
และทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
Factory Orders
ออก
ราว ๆ วันแรกของการทำงานของเดือน ซึ่งเป็นข้อมูลของสองเดือนก่อน Factory
Order เป็นการวัดการสั่งสินค้าทั้งหมด การสั่งสินค้าที่สูงหมายถึง demand
ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้น
ทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
Industrial Production
ออก
ราว ๆ กลางเดือน เป็นข้อมูลย้อนหลัง 1 เดือน
ซึ่งเป็นตัววัดว่าการผลิตของอุตสาหกรรมได้ผลออกมาจริง ๆ เท่าไร
การที่ตัวเลขออกมาสูงขึ้นหมายถึง demand ที่เพิ่มขึ้น
มีผลทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
Non-Farm Productivity
ออก
ราว ๆ วันที่ 7 ของเดือนที่ 2 ของ ควอเตอร์ เป็นข้อมูลของควอเตอร์ที่แล้ว
อันนี้เป็นตัววัดของผลงานของคนงานและต้นทุนในการผลิตของสินค้า
ในสถาวะที่เงินเฟ้อมีความสำคัญตัวเลขนี้ สามารถที่จะทำให้ตลาดเคลื่อนไหวได้
โดยถ้าตัวเลขที่ลดลงสามารถบอกถึงอนาคตที่เปลี่ยนไป เช่นตัวเลข GDP ที่ดี
แต่ถ้าตัวเลขนี้ขัดกันก็สามารถทำให้ตลาดมีผลกระทบได้ การที่ตัวเลข Non-Farm
Productivity
เพิ่มขึ้นหมายถึงการยืนยันในเรื่องของพื้นฐานของเศรษฐกิจที่ดี
และส่งผลให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้น
ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,93.0.html
skip to main |
skip to sidebar







Pages
Support By www.siammetatrader.com
วันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
EXCHANGE RATE
NEWS
TAG
- กระทิง (1)
- กราฟ (20)
- กราฟแท่งเทียน (1)
- กราฟแบบแท่ง (1)
- กราฟแบบเส้น (1)
- กราฟเหวี่ยง (1)
- กลยุทธ์ (12)
- กลยุทธิ์ (2)
- กองทุน (1)
- การขาดทุน (3)
- การคำนวณ (2)
- การเงิน (1)
- การชื้อขาย (1)
- การใช้ Ichimoku (1)
- การใช้ MACD (1)
- การซื้อขาย (15)
- การตัดสินใจ (1)
- การทำกำไร (1)
- การเทรด (21)
- การเทรด Forex (1)
- การลงทุน (12)
- การเล่นเทรด (1)
- การเล่นหุ้น (3)
- การวางแผน (10)
- การวางเเผน (1)
- การวิเคราะห์ (16)
- การวิเคราะห์ทาง (1)
- การสร้างระบบ (1)
- กำไร (27)
- ข่าว (3)
- ข่าวforex (1)
- ความแตกต่าง (2)
- ความผันผวน (1)
- ความมั่นใจ (1)
- ความสำคัญ (1)
- ความสำเร็จ (1)
- ค่าเงิน (1)
- คำนวณ (3)
- เงินตราสกุล (1)
- เงินทุน (1)
- เงินเฟ้อ (1)
- จังหวะ (12)
- จำกัดวงเงิน (1)
- จำนวนจุด (1)
- จิตใจ (3)
- จิตวิทยา (6)
- จุด (7)
- จุดตัดขาดทุน (1)
- จุดปิดเก็บกำไร (1)
- ช่วงระยะเวลา (1)
- ชีวิตจริง (1)
- ซื้อขายหุ้น (1)
- ซื้อขายforex (3)
- ไซค์เวย์ (1)
- ดอลล่าร์ (1)
- ดัชนี (1)
- เดโม (1)
- เดโม่ (1)
- ตลาด (1)
- ตลาดเงิน (1)
- ตลาดฟอเร็กซ์ (1)
- ตลาดหลักทรัพย์ (1)
- ตลาดหุ้น (8)
- ตลาดforex (7)
- ตลาด Forex (3)
- ตลาด Future (1)
- ต้องเรียนรู้ (1)
- ทฤษฎี (4)
- ทฤษฏี (2)
- ทองคำ (1)
- ทักษะ (5)
- ทัศนคติ (1)
- ทิศทาง (19)
- เทคนิค (15)
- เทรด (5)
- เทรดเดอร์ (13)
- เทรด forex (2)
- เทรน (4)
- แท่งเทียน (2)
- นักเทรด (3)
- นักลงทุน (9)
- นักเล่นหุ้น (1)
- นักวิเคราะห์ (2)
- แนวคิด (4)
- แนวต้าน (3)
- แนวทาง (2)
- แนวโน้ม (16)
- แนวรับ (3)
- แนวรับ แนวต้าน (1)
- บทความ (3)
- บทวิเคราะห์ (1)
- บัญชี (1)
- บัญชี Forex (1)
- บัญชี MINI (1)
- เบิกจ่าย (1)
- โบนัส (1)
- โบรก (2)
- โบรกเกอร์ (11)
- โบรกเกอร์ exness (1)
- โบรกเกอร์EXNESS (1)
- โบรเกอร์ (1)
- โบรก Exness (1)
- โบรก instaforex (1)
- โบรค (1)
- โบรคเกอร์ (9)
- โบรคเกอร์ forex (2)
- ปัจจัย (2)
- เป็นเทรดจิตวิทยา (1)
- เป้าหมาย (13)
- เปิดสอน forex (1)
- ผลกำไร (1)
- แผนการเทรด (1)
- แผนการลงทุน (1)
- ฝากเงินผ่าน Ibanking (1)
- พ่อมดการเงิน (1)
- พอร์ต (10)
- พอร์ท (1)
- พัฒนา (1)
- พื้นฐาน (11)
- ภาวะกระทิง (1)
- ภาวะหมี (1)
- ภาษี (1)
- มีสติ (1)
- มุมมอง (1)
- โมเดล (1)
- ระบบ (1)
- ระบบการเทรด (1)
- ระบบเทรด (2)
- ระบบเทรด forex (1)
- ระยะเวลา (5)
- ราคา (8)
- ราคาทอง (1)
- ราคาสอน forex (1)
- ราคาหุ้น (4)
- ล้างพอร์ต (1)
- เลขทศนิยม (1)
- เล่นหุ้นออนไลน์ (2)
- เล่นหุ้นออนไลน์ pantip (1)
- เล่นforex (2)
- โลกทัศน์ (1)
- วัฏจักร (1)
- วัฏฏะ (1)
- วิเคราะห์ (1)
- วิเคราะห์กราฟ (1)
- วิจัยตลาดหุ้น (1)
- วิธีการสมัครเปิดบัญชี Exness (1)
- วิธีสมัคร FBS (1)
- วิธีสมัคร HotForex (1)
- วิธีสมัคร InstaForex (1)
- วิธีสมัคร IronFX (1)
- วิธีสมัคร ROBOforex (1)
- วิธีสมัคร WelTrade (1)
- วินัย (1)
- เศรษฐกิจ (8)
- สกุลเงิน (6)
- สติ (1)
- สภาวะตลาด (1)
- สภาวะเศรษฐกิจ (1)
- สมัครforex (1)
- สวิง Low (1)
- สัญญาณ (6)
- สำเร็จ (1)
- สิ่งผิดพลาด (1)
- เส้นค่าเฉลี่ย (1)
- หุ้น (2)
- หุ้นforex (2)
- โหลด mt4 (1)
- ออเดอร์ (5)
- ออร์เดอร์ (5)
- อัตราดอกเบี้ย (2)
- อัตราแลกเปลี่ยน (2)
- อ่านข่าวforex (1)
- อิดิเคเตอร์ (1)
- อินดิเคเตอร์ (1)
- อินดี้ (1)
- โอกาส (17)
- Actual (2)
- adopt (1)
- Advance (1)
- Anchoring (1)
- Ask (4)
- Available Margin (1)
- average (3)
- Averages (1)
- backtest (1)
- Balance (4)
- Base currency (3)
- base line (1)
- Basic (3)
- Bid (6)
- Bilateral Patterns (1)
- bombarding (1)
- Bottom (1)
- Breakaway (1)
- breakout (4)
- Broker (3)
- Butterfly (1)
- Buy (4)
- Candle Time (1)
- Cent (4)
- chart (2)
- Chart Pattern (1)
- Classic (1)
- cmFX (3)
- COLH (1)
- Common Gap (1)
- Connnection Bridge (1)
- Continuous Patterns (1)
- Contractionary (1)
- Convergence (1)
- Convergence Bearish (1)
- Correction (2)
- Counter (1)
- Currency Risk (1)
- Custom (1)
- cut-loss (1)
- Cut Loss (4)
- Daily (3)
- DAX (2)
- day trade (1)
- Day Trader (1)
- DEGREE (1)
- Demand (1)
- Demo (3)
- Descriptions (1)
- Desk (1)
- Disposition effect (1)
- Divergence (5)
- Dont Limit (1)
- Double Bottom (1)
- Dow Jones Industrial (1)
- downfalls (1)
- Downside (1)
- downsides (1)
- Down Trend (1)
- Dragonfly Doji (1)
- Drawdown (1)
- Duration (1)
- dvdสอนเทรดforex (1)
- ea (2)
- Ecurrency (1)
- ELLIOTT (3)
- Elliott Wave (1)
- EMA (1)
- EMA200 (1)
- Employment Change (2)
- Engulfing Bar (1)
- Equity (1)
- exness (4)
- exnessโกง (1)
- exnessดีไหม (1)
- exnessถอนเงิน (1)
- exnessยืนยันตัวตน (1)
- exnessสอน (1)
- exness download (1)
- exness iphone (1)
- exposes (1)
- Factory (1)
- Fake (1)
- Favorite (2)
- FBS (1)
- fibo (2)
- Fibonacci (13)
- Filspay (1)
- Financial Leverage (1)
- first support (1)
- Floor Trader (1)
- Forecast (1)
- Foreign Exchange (2)
- FOReign Exchange market (1)
- forex (25)
- forex กับ หุ้น (1)
- forex กับ Futures (1)
- forex คืออะไร (2)
- forex ดาวน์โหลด (2)
- forex broker (10)
- forexfactory (1)
- forexpros (2)
- Forex trading (2)
- Four-Price (1)
- Fractal (1)
- fund (1)
- FXClearing (1)
- fxopen (1)
- FX Quote (2)
- Gap (1)
- Gartley (1)
- Gold (1)
- Gold Future (2)
- Graph (1)
- Gravertone Doji (1)
- Guide (2)
- Harmonic (1)
- Hedge Fund (1)
- Hedging strategy (1)
- High (6)
- Histogram (2)
- Histoream (1)
- HotForex (1)
- Ichimoku (2)
- IMF (1)
- Index (4)
- Indicator (11)
- Indicators (3)
- industrial average (1)
- initial (1)
- instaforex (1)
- Install (1)
- Instrument (1)
- Interest Rate (1)
- Intrinsic Value (1)
- IronFX (1)
- jpeg (1)
- lean (1)
- Level (3)
- Levels (1)
- leverage (13)
- Limit (1)
- Limit order (1)
- Login (1)
- Long (3)
- Long-Legged (1)
- Long Term Trader (1)
- loss (1)
- Loss Aversion (1)
- lot (13)
- Lots (1)
- Lot size (1)
- Low (3)
- MA (1)
- MACD (5)
- Major Support (1)
- management (3)
- margin (6)
- Market (11)
- marketiva (2)
- Market Order (1)
- Mass (1)
- Medium Price (1)
- MetaQuotes (1)
- millionaire (2)
- Mind set (1)
- Mini (2)
- Mini Account (1)
- Mini Lot (1)
- Mini Server (1)
- Minor Support (1)
- MM (2)
- Money Management (4)
- Moving (1)
- Moving Average (5)
- MT 4 (16)
- mt4คืออะไร (1)
- mt4 download (2)
- mt5 (2)
- Navigator (1)
- Neteller (1)
- new high (1)
- New Order (1)
- NON COMMERICAL (1)
- Non farm (1)
- Offer (1)
- Order (6)
- orderโอกาส (1)
- orders (2)
- Oscillator (1)
- Oscillators (1)
- Ou Chi (1)
- Outcome bias (1)
- out - of (1)
- Over (2)
- Overbough (1)
- overbought (3)
- Overlot (1)
- Overreaction (1)
- oversold (4)
- overtrade (2)
- Parabolic SAR (1)
- Passport (1)
- Password (1)
- Pattern (1)
- Payweb (1)
- P/B (1)
- P/E (1)
- peak (1)
- Pending Order (1)
- Perfect Money (1)
- period (1)
- PIP (7)
- Pips (5)
- Pivot Point (2)
- Platform (1)
- plot (1)
- policy (1)
- Portfolio (1)
- POSITION (3)
- Position Limit (1)
- Previous (2)
- Price (3)
- Price Action (2)
- Price Risk (1)
- profit (1)
- Profits (1)
- Psychology (1)
- Quantitative (1)
- Rang Holding (1)
- Restrictive (1)
- Retail (1)
- Retail Forex (1)
- Retracement (2)
- Return (1)
- Reversal Patterns (1)
- Risk (5)
- roboforex (1)
- RSI (4)
- script (1)
- Sell (4)
- Send Order (1)
- Senkou Span (1)
- Sentiment (1)
- server (1)
- SET (1)
- Set Index (1)
- setup (1)
- sever (2)
- Short (4)
- Short Sell (1)
- Short Selling (1)
- Shot (2)
- Show (1)
- sideway (7)
- Sideways (1)
- Signal (1)
- Skrill (1)
- SL (1)
- Slop (1)
- SL - TP (1)
- SM (1)
- SMA (1)
- Smart Money (1)
- S&P 500 (1)
- S&P500 Futures (1)
- Spot (1)
- Spot FX (1)
- Spread (5)
- Stochastic (2)
- Stochastic Oscillator (1)
- STOCHASTICS (1)
- stoploss (1)
- Stop loss (1)
- Stop -Loss (1)
- Stop order (1)
- Strong Support (1)
- supply (2)
- support (3)
- Swap (2)
- Swing trade (1)
- Symbols (1)
- Tai Chi (1)
- Take Over (1)
- Take Profit (2)
- Target (5)
- Technical (1)
- Technical Fundamental (1)
- Template (1)
- Tenkan Sen (1)
- thaiforexschool (1)
- Timeframe (1)
- Time Frame (11)
- tools (1)
- Top (1)
- TP (3)
- Trade (3)
- trade forex (2)
- Trader (4)
- Trading (4)
- Trend (3)
- trendline (1)
- Triple Bottom (1)
- Typical Price (1)
- Ukash (1)
- Unit (1)
- value (2)
- Verify (1)
- Victor (1)
- Volume (3)
- Volumn (1)
- Watchlist (1)
- Waves (1)
- Webmoney (1)
- Weekly (1)
- Weighted Close (1)
- weltrade (1)
- win (1)
- Windows (1)
- YANG (1)
- Zero line (2)
- Zig-zag (1)
- zip (1)
ขับเคลื่อนโดย Blogger.

0 ความคิดเห็น:
ไม่อนุญาตให้มีความคิดเห็นใหม่