วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อขาดทุน

สิ่งที่เราควรปฏิบัติเมื่อขาดทุน...อาจจะใช้คำว่า "ควร" อย่างเดียวก็ไม่ถูก ต้องใช้คำว่า "ต้อง!!"
เพราะมันคือสิ่งที่ Trader ทุกคน ย้ำนะครับว่า ทุกคน!! ต้องทำ

สิ่งที่เราต้องทำคือ Cut Loss แปลง่ายๆก็คือ หยุดขาดทุน
เมื่อทิศทางของกราฟไม่เป็นไปตามที่เราคาด เราควรจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม
ไม่งั้น อาจจะหมดตูดได้...

สิ่งที่นักลงทุนที่ไม่ประสบความสำเร็จทำก็ คือ ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการ
เมื่อเกิดการขาดทุน จะมีความรู้สึกว่า "ต้องเอาคืนมาให้ได้เลย"
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณคิดแบบนั้นละ ก็ล้างพอร์ตกันแทบทุกราย เอาง่ายๆคือตายเรียยบ...

ควรตั้ง Cut Loss ไว้ไม่เกิน 30% ของทุนทั้งหมด

เมื่อทำการ Cut Loss เสร็จก็ควรใจเย็นๆ แล้วหาจังหวะเข้าใหม่โดยไร้อารมณ์ตอนที่ขาดทุนไป

"ชีวิคคนเรามีขึ้น ก็ต้องมีลง"


ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,107.0.html

วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ชีวิตของคนที่ล้มเหลวมาตลอดเกือบทั้งชีวิต แต่ในท้ายที่สุดเค้าสู้จนได้ชัยชนะ

มีชายคนหนึ่ง พ่อของเขาเสียชีวิตตอนที่เขาอายุได้เพียงห้าขวบเขาต้องออกจากโรงเรียนกลาง คัน ขณะอายุ 16 ปี ตอนอายุ 17 ปี เขาแสดงความสามารถพิเศษด้วยการตกงานติดต่อกันถึง 4 ครั้งเขาแต่งงานตอนอายุ 18 ปี ปีถัดมาเขาได้เป็นพ่อคนแต่ชีวิตคู่ของเขาก็มีความสุขอยู่ได้ไม่นานนัก อายุ 20 ปี ภรรยาของเขาพาลูกสาวหนีไปเพราะทนใช้ชีวิตกับเขาไม่ได้ช่วงอายุ 18-22 ปี เขาประกอบอาชีพเป็นคนขายตั๋วรถไฟแล้วก็ล้มเหลวแต่เขาก็ยังต่อสู้กับชีวิต ด้วยการหาโอกาสให้ชีวิต แต่ทุกอย่างที่เขาทำก็ไม่วายล้มเหลวเหมือนเดิมเขาสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพ แต่ก็ถูกขับออกมาหันเหมาสมัครเข้าโรงเรียนกฎหมาย แต่ด้วยความสามารถอันเอกอุเขาถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีแล้วเขาก็ไปทำงานเป็น พนักงานขายประกัน แน่นอนที่สุดเขาล้มเหลวอีกครั้ง (แล้ว) แค่เกริ่นมาข้างต้นก็คงไม่ต้องบอกว่า ชายคนนี้ทำอะไรไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง !แต่ก็อย่างว่าแหละ คนเราอะไรมันจะไม่ได้เรื่องไปเสียหมดสิ่งเดียวที่เขาพบว่า เขาทำได้ดีก็คือ การทำอาหารดังนั้นเขาจึงไปทำงานเป็นพ่อครัวและคนล้างจานในร้านกาแฟเล็กๆ แห่งหนึ่ง แต่นั่นก็ไม่ใช่ชีวิตที่ทรงคุณค่าอะไรเลยในความคิดของเขาชีวิตที่ร้านกาแฟ เขามีเวลามากมายที่จะนั่งคิดและทำอะไรได้มากพอสมควรแต่เขากลับเลือกใช้เวลา นั่งคิดถึงภรรยาและลูกสาวของเขาเขาเพียรพยายามติดต่อภรรยาและอ้อนวอนให้เธอ กลับมาใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง แต่ได้รับคำปฏิเสธ เขาเปลี่ยนความคิดใหม่ เขาไม่ต้องการภรรยาอีกต่อไป ขอเพียงแต่ได้ลูกสาวกลับคืนมาก็พอเพราะเขารักและคิดถึงเธอเหลือเกินเขาใช้ เวลาว่างในร้านกาแฟวางแผนในการนำลูกสาวกลับคืนมาสู่อ้อมอกของตนเขาวางแผนทุก ขั้นตอนละเอียดยิบ คำนวณทุกฝีก้าวในที่สุดแผนการอันแสนยาวนานก็เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลาผ่านไป หนึ่งสัปดาห์ คุณพ่อวัยรุ่นผู้น่าสงสารซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้นอกบ้านหลังเล็กๆ ของภรรยาของเขาเฝ้ามองลูกสาวของเขาเล่นอยู่หน้าบ้านและเตรียม พร้อมที่จะ “ลักพาตัวเธอ!”แล้ววันที่ตั้งใจไว้ก็มาถึง เขาซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้อย่างระมัดระวัง แม้จะรู้สึกกังวล ตื่นเต้น และตระหนกอยู่บ้างแต่นั่นมิอาจเทียบได้กับความรักที่เขามีต่อลูก เขาตัดสินใจที่จะต้องลงมือทำให้สำเร็จ แต่แล้วอนิจจา วันนั้นลูก สาวของเขาไม่ออกมาเล่นหน้าบ้านเลยแม้กระทั่งความพยายามในการก่ออาชญากรรม เขาก็ยังล้มเหลวเขารู้สึกเหมือนคนที่พ่ายแพ้ต่อโชคชะตา รู้สึกเหมือนคนไม่มีค่าและเหมือนพระเจ้ากำหนดมาแล้วว่าเขาจะต้องอยู่เพียง ลำพังไปตลอดชีวิตแต่เหมือนปาฏิหาริย์ ในที่สุดเขาก็สามารถโน้มน้าวภรรยาให้กลับมาอยู่ด้วยกันได้พวกเขาทำงานด้วย กันในร้านกาแฟแห่งนั้น ทำอาหารและล้างจานอยู่จนกระทั่งเขาเกษียณ ตอนอายุ 65 ปี วันแรกของการเกษียณอายุ เขาได้รับเช็คเงินประกันสังคมฉบับแรกของเขา เป็นเงิน 105 ดอลลาร์(ราวสี่พันบาท)เช็คดังกล่าวเหมือนเป็นตัวแทนของรัฐที่ฝากมาบอกเขาว่า เขาไม่อาจจะดูแลตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว ทั้งหมดที่เขาทำได้ก็คือใช้ชีวิต อยู่จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตด้วยเงินสนับสนุนจากรัฐบาลมันไม่ใช่ครั้ง แรกที่เขารู้สึกถูกปฏิเสธ ล้มเหลว เสียกำลังใจ และท้อแท้ชีวิตของเขาได้รับความผิดหวังอีกครั้งหนึ่งหลังจาก 65 ปีอันยาวนานเขาบอกกับตัวเองว่าถ้าเขาดูแลตัวเองไม่ได้ ต้องมีชีวิตอยู่โดยให้รัฐบาลดูแลเขาก็ไม่สมควรจะมีชีวิตอีกต่อไป เขาตัดสินใจ (อีกแล้ว) ว่า “จะฆ่าตัวตาย”เขาหยิบกระดาษหนึ่งแผ่นกับดินสอหนึ่งแท่งนั่งลงใต้ต้นไม้ในสวน หลังบ้านอย่างสงบ ตั้งใจที่จะเขียนคำสั่งเสียและพินัยกรรมแต่แทนที่จะทำเช่นนั้น กลับเหมือนมีอะไรมาดลใจ เหมือนเป็นครั้งแรกที่ชีวิตเกิดปัญญาเขาเริ่มต้นเขียนสิ่งที่เขาควรจะเป็น ชีวิตที่เขาควรจะมี และสิ่งที่เขาปรารถนาในช่วงชีวิตสุดท้ายที่เหลืออยู่เขาตกใจมาก เมื่อค้นพบความจริงในชีวิตว่า เขายังไม่เคยทำอะไรสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันกับเขาสักอย่างเลย ! (เพิ่งนึกได้)

เขา นั่งครุ่นคิดกับตัวเองอย่างจริงจัง มีบางอย่างที่เขาสามารถทำได้บางอย่างที่คนที่รอบตัวทำสู้เขาไม่ได้ ใช่ ! เขารู้วิธีปรุงอาหารชีวิตเกือบทั้งหมดของเขา อยู่ที่หน้าเตาร้อนๆ มาตลอด เขาตัดสินใจกับตัวเองอีกครั้งในที่สุดเขาเลือกที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อทำอะไร สักอย่างในชีวิตให้ประสบความสำเร็จเขาตั้งใจว่าถ้าเขาจะตาย เขาก็อยากจะตายในแบบที่ได้ลองพยายามเป็นใครสักคนและทำบางสิ่งบางอย่างที่มี ค่าด้วยชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิดของเขาเขาลุกจากเงาไม้ มุ่งหน้าไปยังธนาคารในเมือง เพื่อขอยืมเงินจำนวน 87 ดอลลาร์จากเช็คประกันสังคมฉบับต่อไปของเขาด้วยเงิน 87 ดอลลาร์นั้น เขาซื้อกล่องเปล่าและไก่จำนวนหนึ่งจากนั้นเขาก็กลับไปที่บ้านและลงมือทอดไก่ ที่ซื้อมาด้วยสูตรพิเศษที่เขาได้คิดค้นขึ้นมาในช่วงหลายปีที่ทำงานที่ร้าน กาแฟนั้นเขาเริ่มขายไก่ทอดของเขาตามบ้านต่างๆ ในเมืองคอร์บิน รัฐเคนตั๊กกี้ของเขาแล้วคนขายไก่ทอดอายุ 65 ปีคนนั้นก็กลายมาเป็นผู้พันฮาร์แลนด์ แซนเดอร์สราชาผู้เป็นที่รักของอาณาจักร Kentucky Fried Chicken หรือที่เรารู้จักกันในนาม KFC นั่นเองตอนอายุ 65 ปี เขาเป็นเหมือนอนุสรณ์แห่งความล้มเหลวที่ยังมีชีวิต แต่ในวัย 85 ปีเขาก็กลายเป็นเศรษฐีพันล้านและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก มีผู้คนให้เกียรติเขาทั่วประเทศ

เรื่องราวชีวิตของผู้พันแซนเดอร์ส เป็นอีกบทหนึ่งของเรื่องราวความสำเร็จที่ได้รับคำยกย่องจากผู้คนทั่วโลก แต่ใครจะรู้บ้างว่าหากใต้ต้นไม้วันนั้นผู้พันแซนเดอร์สได้ทำตามที่เขาตั้งใจ ไว้แต่แรกตำนานไก่ทอดสะท้านโลกก็คงจะไม่มีให้เราได้เห็นกัน จริงอย่างที่เขาว่า ความสำเร็จกับความล้มเหลวห่างกันเพียงแค่พลิกฝ่ามือมันอยู่ที่ว่าคุณเลือก ที่จะ “สู้ต่อ” หรือ “ยอมแพ้”

สำหรับผู้พันแซนเดอร์ส 65 ปี ของชีวิตที่ล้มเหลว เทียบคุณค่าอะไรไม่ได้เลยกับ 20 ปีแห่งความสำเร็จแล้วชีวิตของคุณหละ ล้มเหลวมากพอหรือยัง ? 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  http://www.forexbuddytrader.com

วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ราคาและเวลา(บทเรียนจากมืออาชีพ)

          สิ่งหนึ่งที่ผมมีความสนใจใกล้เคียงกับในเวลาหลายปีของฉันของการเขียนบทความที่จะให้แน่ใจว่าฉันไม่ได้ใช้เวลามากเขียนเกี่ยวกับแนวคิดและกลยุทธ์ที่ทุกคนเขียนและพูดเกี่ยวกับ ถ้าผมทำก็จะไม่มีจุดในการอ่านบทความ เพื่อให้บรรลุนี้ แต่หมายถึงการแนะนำแนวคิดเกี่ยวกับความคิดและกลยุทธ์ที่บางครั้งบินในหน้าของภูมิปัญญาดั้งเดิม สิ่งที่ฉันได้พบกว่าปีก็คือเพียงแค่การตั้งคำถามอะไรแบบธรรมดา exposes ข้อบกพร่องและที่สำคัญที่สุดของโอกาสเปิดประตูเพื่อค้นหาจำนวนมากหา แต่ไม่พบ

          วันนี้เรามาลองคำถามภูมิปัญญาดั้งเดิมเมื่อมันมาถึงราคา, การจับจังหวะตลาดปริมาณและเวลาที่ตัวเอง โดยเฉพาะผมหมายถึงว่าเกิดอะไรขึ้นกับราคาที่ตลาดจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เป้าหมายของการเก็งกำไรในตลาดใด ๆ คือการระบุตำแหน่งและเวลาที่ตลาดกำลังจะเปิดก่อนที่จะเปลี่ยน นั่นคือวิธีเดียวที่จะบรรลุอย่างแท้จริงความเสี่ยงต่ำและผลตอบแทนสูงและความน่าจะเป็นจุดสูงเข้าสู่ตลาด

เพื่อให้เรื่องยาวสั้นเปิดตลาดในระดับราคาที่อุปสงค์และอุปทานเป็น"ที่สุด"out - สมดุลของ ในคำอื่น ๆ ที่จัดหา out - of - สมดุลมากขึ้นและความต้องการอยู่ในระดับราคาที่ดีเปิดในราคา ดังนั้นเราจะจำแนกระดับเหล่านี้ว่ากราฟราคา? บทเรียนลึกเกี่ยวกับเรื่องนี้สามารถพบได้ในหลายบทความของฉันก่อน วันนี้ขอมุ่งเน้นไปที่ปัญหาเฉพาะหนึ่งเมื่อมันมาถึงการระบุแหล่งที่สำคัญและระดับความต้องการที่เรารู้นี่คือที่ราคาเปิด เวลาและปริมาณเป็นสองประเด็นที่สำคัญเมื่อมันมาถึงปกติการวิเคราะห์ทางเทคนิค 

          ตัวอย่างเช่นหนังสือการวิเคราะห์ทางเทคนิคบอกเราเมื่อมองหาการสนับสนุนหลัก (Demand) และความต้านทานระดับ (อุปทาน) เราควรมองหาพื้นที่กราฟที่มี"มากมาย"ของกิจกรรมการค้าและปริมาณ"หนัก" พวกเขาขอแนะนำให้เราควรมองหาระดับการสนับสนุนและความต้านทานที่มีเทียนจำนวนมากในพื้นที่และสูงกว่าปริมาณเฉลี่ย ประเภทนี้มีระดับกราฟตาจะดูดี แต่นี้คำตอบที่ดีที่สุดขณะที่พยายามจะหาจุดสำคัญของตลาดเปลี่ยน?

          เมื่อคุณคิดตรรกะง่ายๆผ่านผมคิดว่าคุณจะพบว่าที่จริงแล้วปกติการวิเคราะห์ทางเทคนิคมีมันตอบไม่ถูกต้องและจริงเป็นจริงตรงข้าม เราเพียง แต่สรุปได้ว่าจะเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในราคาที่จะเกิดขึ้นในระดับราคาที่อุปสงค์และอุปทานเป็นส่วนใหญ่ออกจากยอดเงินของ คิดเกี่ยวกับมันในระดับราคาที่อุปสงค์และอุปทานเป็นส่วนใหญ่"out - of - สมดุล"คุณจะเห็นจำนวนมากที่มีกิจกรรมการค้าหรือกิจกรรมการซื้อขายน้อยมาก? ถ้าคุณบอกว่าน้อยมากคุณมีความถูกต้อง เนื่องจากการจัดหาใหญ่และความไม่สมดุลความต้องการ ในระดับราคาเดียวกันที่คุณมีศักยภาพในกิจกรรมที่มากที่สุด แต่เหตุผลที่คุณไม่ได้รับกิจกรรมการซื้อขายมากเป็นเพราะทุกคนมีศักยภาพที่อยู่บนด้านหนึ่งของตลาดในปัจจุบันซื้อ (Demand) หรือด้านข้าง (อุปทาน) ขาย . 

ดังนั้นจะมองภาพนี้เช่นในกราฟราคาเป็นอย่างไร มันไม่ได้เป็นเทียนจำนวนมากบนหน้าจอเช่นการวิเคราะห์ทางเทคนิคทั่วไปชี้ให้เห็นก็จริงน้อยมากนอกจากนี้ภาพนี้จะไม่รวมถึงปริมาณเฉลี่ยข้างต้นก็จะเป็นปริมาณที่ต่ำมาก

          ตัวอย่างด้านล่างคือการเรียนรู้ติดตามขยายการค้าชั้น (XLT) ที่แสดงว่าสิ่งที่ผมแนะนำในส่วนนี้ ประกาศระดับอุปทานวงกลม นี่คืออุปทานเพราะราคาไม่ได้อยู่ที่นั่นและมีการลดลงไป แต่ดูจำนวนเทียนในระดับอุปทาน มันไม่ได้เป็นสิบยี่สิบหรือรายละเอียดเพิ่มเติม ... เป็นสี่เทียนน้อยแล้วราคาลดลง ถามตัวเองว่าทำไมราคาเท่านั้นสามารถใช้จ่ายดังกล่าวเป็นจำนวนเงินระยะสั้นของเวลาในระดับที่ คำตอบคือเพราะอุปสงค์และอุปทานมีความสมดุล out - of - ครั้งใหญ่ 

          ถ้าอุปสงค์และอุปทานไม่ได้ดังนั้น out - of - สมดุลในระดับที่ราคาจะต้องใช้เวลามากขึ้นในพื้นที่นั้น ระบุว่าราคาที่ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ในระดับที่ผมสรุปได้ว่ามีความไม่สมดุลขนาดใหญ่และขายสั้นเมื่อราคา retraced กลับขึ้นไปที่ระดับอุปทาน ผมขายให้กับผู้ซื้อที่คิดว่า S & P คือการซื้อมูลค่าในระดับที่ ไม่สนใจว่าผู้ซื้ออาจจะอ่านหนังสือและการซื้อขายที่ระดับอุปทานเพราะหนังสือบอกว่ายังไม่ได้ระดับที่สำคัญเนื่องจากมีกิจกรรมเล็ก ๆ เช่น ในขณะที่คุณหวังว่าจะสามารถเข้าใจการขาดกิจกรรมที่เป็นสิ่งที่ทำให้มันดังระดับอุปทานที่แข็งแกร่ง 

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,84.0.html