วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

Leverage คืออะไร

ความหมายง่ายๆของ เลเวอเรจ (Leverage) คือ จำนวนเปอร์เซนที่ได้ยืมเงินจากโบรกเกอร์เพื่อทำการเปิดออเดอร์เทรด ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณซื้อ 100 หุ้นในตลาดหุ้นโดยที่ราคาหุ้นละ 10 $ ต่อหุ้น คุณต้องใช้เงิน 1000$ เพื่อเปิดการเทรด บางโบรกเกอร์ให้คุณยืมเงินเพื่อเทรดสูงถึง 50-80% ของมูลค่าหุ้นทั้งหมด แทนที่คุณจะใช้เงิน 1000$ แต่คุณกลับใช้แค่ 500 $ เท่านั้น เพื่อทำการเทรด สิ่งนี้แหระที่ทำให้เทรดเดอร์สามารถซื้อหุ้นได้มาก โดยใช้เงินเท่าเดิม อย่างไรก็ตามทางโบรกเกอร์ก็จะชาร์จกำไรจากการยืมของคุณ หลักการณ์นี้ก็น้ำมาใช้กับตลาดForex

แต่โบรกเกอร์ฟอเร็กให้ คุณยืมถึง 99 % ของทั้งหมดเพื่อให้คุณเปิดการเทรดและคุณก็ใช้มันเพียงแค่ 1 % เท่านั้น ถ้าคุณต้องการเทรด 1000$ คุณใช้มันเพียงแค่ 10 $ นี่แหระครับ คือความแตกต่างระหว่างตลาดหุ้นและตลาดฟอเร็กซ์ และตลาดฟอเร็กไม่ชาร์จกำไรจากการยืมของคุณด้วย

เอาล่ะครับ หลายๆคนอาจจะงง เรามาดูกันเลยครับ ว่า Leverage ที่โบรกเกอร์ฟอเร็กได้กำหนดไว้มีเท่าไรบ้าง
โดยส่วนมากโบรกเกอร์จะกำหนด Leverage ตั้งแต่
Leverage         
1:1
1:2
1:10
1:100
1:200
1:400
1:500
1:1000 เฉพาะบางโบรกเกอร์ เท่านั้นเช่นโบรก Exness และ Instaforex

ผมจะยกตัวอย่างการเทรดที่ Leverage 1:100
สมมติ ว่าผมต้องการซื้อ EUR ที่ 100 units ผมจะใช้เงินของผม 1  units เท่านั้นเพื่อซื้อ EUR 100 units  ถ้าซื้อ EUR/USD ที่ราคา 1.2750  เมื่อราคาขึ้นไปถึง 1.2800 ผลต่างของราคาเท่ากับ 50 pips  ผมพอใจแล้ว ก็ทำการขาย ผมได้กำไร 50 pips

มาดูตัวอย่างการคำนวณครับ จากหัวข้อ เรื่อง Pips และ Lot  ใครยังไม่ได้อ่านกลับไปอ่านนะครับ
(pip value / ราคาที่คุณปิด ) คูณด้วย Unit ที่คุณทำการ Buy Sell
=(0.001/1.2800)*100=0.39 $
หรือ ผมอาจจะคิดแบบนี้ สมมติว่า ผมต้องการซื้อ EUR ที่อัตราแลกเปลี่ยน ณ ปัจจุบัน EUR/USD =1.2750 เป็นจำนวน 100 $ ผมจึงใช้เงินของผม 1 $ บัญชีของผมเป็น Leverage 1:100 ดังนั้นผมต้องยืมโบรกเกอร์อีก 99$  เมื่อผมซื้อแล้ว ผมจะได้ EUR มา 78.43 Euro และเมื่อราคาขึ้นไป 1.2800 ผมได้ กำไร 50 pips ผมตัดสินใจขายยูโร ที่ผมซื้อมา จะได้ 78.43*1.2800=100.39 $  นี่คือกำไรของผม 100.39 $ แต่ผมได้ยืมโบรกเกอร์มา 99 $ ทางโบรกเกอร์จะหักเงินอัตโนมัติ แล้วที่เหลือก็คือ 1.39 $ สรุปคือ ถ้าได้กำไรมา 0.39 $ จากการเทรดเงิน 1 $ เมื่อราคาเคลื่อนที่ 50 pips

แต่ ปัจจุบันนี้ ทางโบรกเกอร์กำหนดให้เราแล้วว่าถ้าราคาเคลื่อนที่ไป 1 pip ถ้าเราซื้อ 1 $ เราจะได้ 0.01 $ ดังนั้นจากตัวอย่างข้างบน ได้มา 50 pips ผมจะได้เงิน 0.50$

Use Margin คือ จำนวนเงินที่เราใช้เทรดในแต่ละครั้ง
ความสัมพันธ์ระหว่าง Lot , Leverage  และ Use Margin
ประเภทของบัญชีในการเทรด Forex จะมีอยู่หลายประเภท แต่ที่หลักๆ ที่ใช้กันคือมีสามประเภทคือ
1.Standard Account
2.Mini Account
3.Micro Account
ผมจะเทียบความสัมพันธ์ระหว่าง Lot , Leverage และ Use Margin ของ บัญชี Standard นะครับ

                                                                                                                                                             
            Leverage       ความต้องการเทรด              Use Margin
            1:100                1 lot(100,000$)                1000$
            1:200                1 lot(100,000$)                500$
            1:400                1 lot(100,000$)                250$

การเทรด 1 Lot คือ การใช้ Use Margin 1000 ดอลล่า เพื่อที่จะเทรดฟอเร็กซ์ โดยใช้
Leverage 1:100
  หมาย ความว่า คุณต้องมีเงินในบัญชีเทรดฟอเร็กซ์มากกว่า 1000 $ คุณจึงจะเทรดที่ 1 Lot ได้ และการเปลี่ยนแปลงต่อจุด ถ้าราคาเคลื่อนที่ไป 1 pips จะเท่ากับ 10 $  เพราะฉะนั้น ถ้าคุณมีเงินแค่ 1000 $ แล้วคุณปล่อยให้ลบ 100 pips บัญชีของคุณก็จะโดน Margin Call ทันที ถ้าคุณไม่มี Margin โบรกเกอร์ก็จะตัดทันที
Leverage 1 :200 สิ่งที่แตกต่างของ Leverage 1:200 คือ จำนวนเงินที่ใช้เทรด Use Margin จะน้อยกว่า 1:100 แต่ การเปลี่ยนแปลงต่อ 1 pip เท่ากับ 10 $ เหมือนกัน

ไม่ว่าคุณจะเล่นที่ Leverage เท่าไร การเปลี่ยนแปลงต่อ 1 pips ก็ยังคงเท่าเดิม ซึ่งตอนนี้บางโบรกเกอร์ สร้าง Leverage  สูงๆ ขึ้นมาเพื่อให้พวก Scalper ที่เล่นสั้นๆ ลงเงินเยอะๆ อย่างเช่น  Loeverage 1:1000 ถ้าคุณมีเงิน 1000 $ ในบัญชี คุณสามารถเทรด 5 Lot ได้ ซึ่งก็หมายความว่า คุณต้องการให้ได้กำไร 50 $ ต่อ pips แต่ถ้าราคาไม่เป็นดังที่คุณต้องการ ราคาลบไป 20 pips
พอร์ตของคุณก็จะเกลี้ยงทันที

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,69.0.html

Forex กับ กราฟ(Graph)

กราฟ(Graph) มีความสำคัญกับ Forex เป็นอย่างมาก อาจจะบอกได้ว่า Forex คือร่างการ และ กราฟ(Graph) คือหัวใจ ก็ว่าได้ ถ้าคุณอ่าน กราฟ(Graph) หรือวิเคราะห์ กราฟ(Graph) เป็น คุณก็จะสามารถทำรายได้กับ Forex ได้มากยิ่่งขึ้น และเสียเงินน้อยลง แต่ถ้าคุณบอกว่า การเล่นค่าเงิน Forex มันต้องเล่นตามดวง ถ้าคุณคิดเช่นนั้น เราก็ขอแนะนำว่า ให้คุณเตีรยมเงิืนไว้เยอะๆ เพราะดวงคุณอาจจะต้องใช้เงินมากก็ได้

ขอ ให้คุณจำไว้ว่า ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไร หรือทำธุรกิจอะไร ถ้าจะให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำตามขั้นตอนเสมอ เพราะความสำเร็จมันไม่มี "ทางลัด"หรอกเชื่อเถอะ เช่นเดียวกัน เมื่อคุณอยากมีรายได้จาำกการเทรดค่าเงิน Forex สิ่งแรกที่คุณควรศึกษาให้มาก นั้นคือ กราฟ(Graph) ไม่ใช้มั่วแต่หาทางลัด ว่าจะทำอย่างไรให้เทรดได้เงินเยอะๆ เชื่อเถอะว่ามันไม่มีทางลัดหรอก

คุณ ต้องเข้าใจว่า ถ้ากราฟเส้นนี้ขึ้นไปถึงจุดนี้แล้ว ต่อไปมันจะ ขึ้นหรือลง หรือไซค์เวย์ แล้วถ้าเส้นกราฟ(Graph) ตัดกันนะจุดหนึ่ง มันจะหมายถึงขึ้นหรือลง และยังมีอะไรให้ศึกษาอีกมากมาย ซึ่งเราได้รวบรวมให้คุณไว้ที่นี่แล้ว ก็ลองศึกษากันดู

และการใช้ โปรแกรม กราฟ(Graph) จากหลายๆ ที่มาช่วยในการวิเคราะห์การขึ้นลงของค่าเงินนั้น เป็นการดีอย่างมาก เพราะโปรแกรมกราฟ(Graph) แต่ละตัวจะช่วยให้คุณวิเคราะห์ และเปรียบเทียบ การขึ้นลงของค่าเงิน Forex เพื่อสร้างความมั่นใจให้คุณทุกครั้งก่อนเทรด

คุณ อย่าเทรด Forex สวนทางกราฟ(Graph) เว้นแต่คุณมั่นใจจริงๆ ว่าคุณได้แน่ๆ แต่เราว่ามันเป็นการเสี่ยงโดยไม่จำเป็น และการเทรด Forex ทุกครั้งต้องรอจังหวะ ถ้าขณะนั้นกราฟ(Graph) มีการไซค์เวย์ คือ มีการขึ้นลงค่อนข้างเร็วและถี่ เส้นกราฟ(Graph) ขยายออกทางด้านข้าง คุณไม่ควรที่จะรีบเทรด เพราะนั้นหมายถึง ความแน่นอนของเงินในกระเป๋าคุณ เริ่มลดน้อยลง

ดังนี้ การเล่นหุ้น หรือ การเทรดค่าเงิน Forex ต่อให้คุณ เป็นเซียนขนาดไหน คุณก็ต้องใช้ กราฟ(Graph) ในการที่จะทำให้คุณรวยได้ เรามีสิ่งหนึ่งที่ต้องการที่จะให้คุณท่องไว้ให้ขึ้นใจ คือ "วิเคราะห์กราฟ(Graph)ให้เป็น, รู้จักรอจังหวะ, อย่าโลภ, อย่าใช้อารมณ์, และอย่างลังเล"

ศึกษาข้อมูลได้ที่  http://siammetatrader.com/index.php/topic,60.0.html

วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เราจะทำเงินด้วยการเทรด Forex ได้อย่างไร

คุณจะทำเงินด้วยการเทรด Forex ได้อย่างไร

  
          ใน ตลาดฟอเร็กซ์ คุณจะซื้อหรือขายสกุลเงินนั้นเป็นเรื่องที่ง่าย เครื่องมือของการเทรดคล้ายๆกันซึ่งหาได้จากตลาดอื่นๆ เช่นตลาดหุ้น ดังนั้นเมื่อคุณมีประสบการณ์ในการเทรด คุณน่าจะมีความสามารถที่จะทำกำไรได้เร็วขึ้น

  
          วัตถุ ประสงค์ของการเทรดฟอเร็กซ์คือ การแลกเปลี่ยนสกุลหนึ่งเพื่อให้ได้อีกสกุลเงินหนึ่งและคาดหวังว่าราคาจะ เปลี่ยนแปลง นั้นหมายความว่า สกุลเงินที่คุณได้ซื้อจะต้องมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงิน หนึ่งที่คุณขาย



ตัวอย่างของการทำเงินจากการซื้อสกุลเงินยูโร (euros)

          อัตรา แลกเปลี่ยนอัตราส่วนง่ายของสกุลเงินหนึ่งเทียบเงินสกุลเงินอื่นๆ ตัวอย่างเช่น อัตราแลกเปลี่ยนของ USD/CHF บ่งชี้ว่า กี่ดอลล่าร์สหรัฐ จึงจะซื้อ 1 Swiss francs ได้ หรือ กี่ ฟรังส์สวิส จึงจะซื้อ หนึ่งดอลล่าร์ ได้

     
คุณจะอ่านราคา Forex ได้อย่างไร

          สกุล เงินแสดงราคาเป็นคู่เสมอ เช่น GBP/USD หรือ USD/JPY เหตุผลที่แสดงราคาเป็นคู่ๆ ก็เพราะว่าในทุกๆรายการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศคุณต้องซื้อสุกลเงิน หนึ่งและขายอีกสกุลหนึ่งๆ ในเวลาเดียวกัน นี่คือตัวอย่างของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศของ ค่าเงินปอนด์(GBP) เทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ(USD)

GBP/USD=1.7500

          สกุล เงินตัวแรกที่อยู่ด้านซ้ายมือของเครื่องหมาย สแลซ (Slash /) จะเรียกว่า Base Currency สกุลเงินหลัก ในตัวอย่างนี้ก็คือค่าเงินปอนด์ (GBP)  ขณะที่อีกหนึ่งตัวที่อยู่ด้านขวาของสแลซ ถูกเรียกว่า Counter หรือ quot currency ในตัวอย่างนี้ก็คือ ค่าเงินดอลล่าสหรัฐ(USD)

          เมื่อ คุณทำการซื้อ อัตราแลกเปลี่ยนจะบอกคุณว่า คุณจะต้องจ่ายกี่หน่วยของ quote currency เพื่อที่จะซื้อ Base currency ต่อหนึ่งหน่วย จากตัวอย่างด้านบน คุณต้องจ่าย 1.7500 ดอลล่าร์เพื่อที่จะซื้อ 1 ปอนด์
เมื่อคุณทำการขาย อัตราแลกเปลี่ยนก็จะบอกคุณว่า คุณจะจ่ายกี่หน่วยของ Quote currency เพื่อทำการขาย Base currency ต่อหนึ่งหน่วย จากตัวอย่างด้านบน คุณจะได้รับ 1.7500 U.S ดอลล่าร์ เมื่อคุณขาย 1 ปอนด์

          ค่าเงินหลัก ตัวหน้า (Base currency) คือ (basis) ส่วนสำคัญ สำหรับการซื้อ หรือ ขาย ถ้าคุณซื้อ EUR/USD ความหมายง่ายๆก็คือคุณกำลังซื้อ base curency และกำลังขาย quote currency ในเวลาเดียวกัน
คุณจะซื้อคู่เงินที่คุณเชื่อ ว่า Base Currency จะมีอัตราราคาเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ quote currency และคุณจะเซลคู่ที่คุณคิดว่า base currency นั้นมีอัตราของราคาลดลงเมื่อเทียบกับ quote currency

Long/Shot

          ก่อนอื่น คุณต้องรู้ว่า คุณต้องการซื้อ(Buy) หรือ ว่าขาย(Sell)
          ถ้า คุณต้องการที่จะซื้อ คุณต้องการให้ Base Currency มีค่ามากขึ้นแล้วคุณจะขายมันที่ราคาสูงกว่า แบบนี้เรียกว่า “going long “ หรือเรียกว่า Long position และจำไว้ว่า Long =Buy
ถ้าคุณต้องการที่จะ ขาย (Sell) คุณต้องการให้ราคา Base Currency ลดลง แล้วคุณจะซื้อ Buy มันกลับที่ราคาต่ำกว่าเดิม แบบนี้เรียกว่า Going Short หรือ เรียกว่า Short position  และจำไว้ว่า Short=Sell

Bid/Ask  Spread
          ในตารางแสดงราคาฟอเร็กจะประกอบด้วย Bid และ Ask ราคา Bid จะต่ำกว่าราคา Ask เสมอ
          Bid คือราคาที่ Dealer กำลังจะซื้อ Base Currency ในการแลกเปลี่ยนสำหรับ Quote Currency แบบนี้หมายความว่า  Bid ก็คือราคาที่คุณจะขาย (sell)
Ask คือราคาที่ Dealer กำลังจะขาย Base Currency ในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้ Quote Currency แบบนี้หมายความว่า Ask คือราคาที่คุณจะซื้อ (Buy)
          ส่วนต่างระหว่าง ราคา Bid และ Ask ส่วนใหญ่จะรู้จักกันดี หรือที่เรียกว่า Spread

มาดูตัวอย่างของตารางแสดงราคา

  Spead bid-ask
          นี่ คือ ตารางแสดงราคาของคู่เงิน GBP/USD ราคาบิดคือ 1.7445 และราคา ask คือ 1.7449  ถ้าคุณต้องการที่จะ Sell  GBP คุณก็กด Sell แล้วคุณก็เซลเงินปอนด์ที่ราคา 1.7445 ถ้าคุณต้องการที่จะ Buy GBP  คุณ Click Buyแล้วคุณก็ได้บายเงินปอนด์ในราคา 1.7449  จากตัวอย่างนี้ คุณจะต้องวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจว่าจะ บาย หรือจะ เซล คู่เงินนั้นๆ ถ้าคุณรู้สึกเบื่อกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานให้คุณผ่านขึ้นตอนนี้ไปได้ เลย

EUR/USD

          ในตัวอย่างนี้ EURO เป็น Base Currency และเป็นรากฐานที่สำคัญสำหรับการ Buy/Sell
ถ้า คุณเชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐจะอ่อนค่ามากๆ ซึ่งเป็นข่าวร้ายสำหรับ US ดอลล่าร์  คุณก็ดำเนินการ Buy EUR/USD ได้ ในระหว่างคุณซื้อยูโรไปแล้วในความคาดหมายของคุณ Euro จะต้องเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ US ดอลล่า
          แต่ถ้าคุณเชื่อว่าเศรษฐกิจของสหรัฐดี มากๆ และยูโรอ่อนค่ามากๆเมื่อเทียบกับ ดอลล่าสหรัฐ จะดำเนินการ Sell EUR/USD ได้เลย ในระหว่างที่คุณ Sell ตามการคาดการณ์ว่า พวกเราจะต้องร่วง เมื่อเทียบกับ US ดอลล่าร์

USD/JPY
          ในตัวอย่างนี้ ค่าเงินดอลล่าสหรัฐ (USD) เป็น Base Currency และ ดังนั้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการ Buy/Sell
          ถ้า คุณเชื่อว่า นักลงทุนญี่ปุ่่นกำลังดึงเงินออกจากสถาบันการเงินของสหรัฐ และเปลี่ยนจาก US ดอลล่าร์เป็นค่าเงิน เยน ของพวกเราแล้ว นี่คือ สิ่งที่เลวร้ายของ US ดอลล่า คุณดำเนินการ Sell USD/JPY ได้ทันที โดยการกระทำการ Sell  US ดอลล่าร์ของคุณโดยการคาดการณ์ที่ว่า พวกเราจะต้องร่วงเมื่อเทียบกับค่าเงินเยนของญี่ปุ่น

GBP/USD

          ในตัวอย่างนี้ GBP เป็น Base Currency แล้วมีความสำคัญต่อการ Buy/Sell
          ถ้า คุณคิดว่าเศรษฐกิจของอังกฤษโตกว่าเศรษฐกิจสหรัฐ คุณก็ดำเนินการเปิดออเดอร์ Buy  ได้ การ Buy ปอนด์ โดยการคาดการณ์ที่ว่า พวกเขาต้องมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับดอลล่าสหรัฐ

USD/CHF
          ในตัวอย่างนี้ USD เป็น Base Currency ดังนั้นจึงมีความสำคัญในการ Buy/Sell
          ถ้า คุณเชื่อว่า ฟรังค์สวิส มีค่ามากเกินไป ให้คุณเปิดออเดอร์ Buy ได้ โดยการกระทำการ Buy Us ดอลล่าร์ของคุณหวังว่าพวกเราจะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อเทียบกับฟรังค์ สวิส  แต่ถ้าคุณเชื่อว่า ตลาดบ้าน สหรัฐ เกิดภาวะฟองสบู่แตกซึ่งเป็นสิงเลวร้ายสำหรับการเจริญเติบโตของเศรญฐกิจสหรัฐ ทำให้ค่าเงินดอลล่าอ่อนตัว  คุณสามารถดำเนินการเปิดออเดอร์ Sell USD/CHF ได้เลย และคาดการณ์ว่าพวกเราจะต้องร่วงเมื่อเทียบกับค่าเงิน Swiss franc

Demo Account (บัญชีเงินปลอม)

          คุณ สามารถเปิดบัญชีเงินปลอมได้ฟรีได้ทุกๆโบรกเกอร์ บัญชีนี้มีการบรรจุของบัญชีจริงอยู่ด้วย ทำไมถึงฟรี ก็เพราะว่า ทางโบรกเกอร์ต้องการให้คุณเรียนรู้ จากภายในและภายนอกของโปรแกรมการเทรดของ พวกเขาและถ้าเป็นเวลาอันดีและไม่มีความเสี่ยง และเมื่อคุณตกหลุมรักกับโปรแกรมเทรดและระบบของเขา คุณก็ลงทุนด้วยเงินจริง บัญชีเงินปลอมนี้สามารถทำให้คุณเรียนรู้เกี่ยวกับตลาด Forex และสามารถทดสอบความสามารถและทักษะในการเทรดของคุณโดยไม่มีความเสี่ยง

“คุณควรที่จะเทรดบัญชีเงินปลอมก่อนอย่างน้อยหกเดือนก่อนที่คุณคิดอย่างระเอียดรอบคอบว่าจะใส่เงินจริงของคุณลงไป”

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประเภทของกราฟ ( Type Of Chart)

ประเภทของกราฟ (Type Of Chart)
กราฟแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆคือ
1. กราฟแท่งเทียน (CandleStick Chart)
2.กราฟแบบแท่ง (Bar Chart)
3.กราฟแบบเส้น (Line Chart)

เรามาดูรายละเอียดของแต่ละกราฟกันเลยนะครับ
          กราฟ แท่งเทียน (CandleStick Chart)กราฟแท่งเทียนจะแสดงราคาจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดในช่วงเวลานั้น ภายในแท่งจะประกอบด้วย ตัวแท่ง (Body)  ใส้เทียน (shadow )บางคนเรียก เงาของแท่งเทียน แต่ผมขอใช้ศัพท์บ้านๆเรียกมันว่า ใส้เทียน  ตัวแท่งนั้นจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจะแสดงราคาปิดและเปิดของแท่ง และที่ตำแหน่งของใส้เทียนบนสุดคือเราสูงสุด และที่ตำแหน่งใส้เทียนล่างสุด คือราคาต่ำสุด ณ ช่วงเวลานั้น



แท่งเทียนจะแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ
1.Bullish Candle  คือ แท่งเทียนขาขึ้น สภาวะกระทิง
2.Bearish Candle คือ แท่งเทียนขาลง สภาวะหมี
รายละเอียดจะศึกษาในบทต่อไป


ประเภทของกราฟ (Type Of Chart)
กราฟแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆคือ
1. กราฟแท่งเทียน (CandleStick Chart)
2.กราฟแบบแท่ง (Bar Chart)
3.กราฟแบบเส้น (Line Chart)

เรามาดูรายลเอียดของแต่ละกราฟกันเลยนะครับ

กราฟ แท่งเทียน (CandleStick Chart)กราฟแท่งเทียนจะแสดงราคาจากจุดสูงสุดถึงจุดต่ำสุดในช่วงเวลานั้น ภายในแท่งจะประกอบด้วย ตัวแท่ง (Body)  ใส้เทียน (shadow )บางคนเรียก เงาของแท่งเทียน แต่ผมขอใช้ศัพท์บ้านๆเรียกมันว่า ใส้เทียน  ตัวแท่งนั้นจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจะแสดงราคาปิดและเปิดของแท่ง และที่ตำแหน่งของใส้เทียนบนสุดคือเราสูงสุด และที่ตำแหน่งใส้เทียนล่างสุด คือราคาต่ำสุด ณ ช่วงเวลานั้น


แท่งเทียนจะแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ
1.Bullish Candle  คือ แท่งเทียนขาขึ้น สภาวะกระทิง
2.Bearish Candle คือ แท่งเทียนขาลง สภาวะหมี
รายละเอียดจะศึกษาในบทต่อไป


  


กราฟ แบบแท่ง Bar Chart  จะแสดงเป็นแท่ง โดยมีราคาสูงสุด ราคาปิด ราคาเปิด ราคาต่ำสุด ลักษณะของ Bar Chart จะคล้ายๆกับแท่งเทียนเพียงแต่ไม่มีตัว Body เท่านั้นเอง ดูรูปประกอบเลยครับ


ลักษณะ ของกราฟแบบแท่งเทียนและกราฟแบบแท่งจะมีลักษณะคล้ายๆกันคือ ถ้าเป็นแท่งขาขึ้น ราคาปิดจะอยู่สูงกว่าราคาเปิด และถ้าเป็นแท่งขาลง ราคาปิดจะอยู่ต่ำกว่าราคาเปิด



กราฟแบบเส้น (Line Chart)กราฟแบบเส้นจะแสดงเฉพาะราคาปิดเท่านั้น โดยจะแสดงราคาเป็นเส้นกราฟ ตัวอย่างดังรูป ด้านล่าง



ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,91.0.html

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประเภทของคำสั่งเทรด (Type of Order)

Type Of Order
ประเภทของคำสั่งรายการเทรด
โดยทั่วไปแล้วโบรกเกอร์จะมีคำสั่งรายการพวกนี้จัดเตรียมไว้ให้คุณอยู่แล้ว แต่มีบางโบรกเกอร์ที่ออเดอร์แปลกประหลาดต่างจากที่อื่น

พื้นฐานของออเดอร์ที่โบรกเกอร์ทั้งหมดต้องมี

1. Market Order

มา เก็ตออเดอร์คือออเดอร์ที่  buy หรือ Sell ในราคาของตลาดปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น EUR/USD ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 1.2800ถ้าคุณต้องการ Buy ที่ราคานี้ คุณก็คลิก Buy  แล้วคุณก็จะได้ราคานี้ทันที

2.Limit order

ลิ มิตออเดอร์คือ ออเดอร์ที่ถูกแทนที่ด้วย Buy หรือ Sell ในราคาล่วงหน้า (ตั้งสวนนั่นเอง ) ตัวอย่างเช่น ถ้าตอนนี้ราคาของ EUR/USD อยู่ที่ 1.2800 คุณต้องการตั้งสวน Buy ที่ 1.2780 คุณต้องใช้ คำสั่ง Buy Limit เมื่อราคาลงไปถึง 1.2780 ไปชนออเดอร์ของคุณ คุณก็จะได้ราคานี้ทันที

3.Stop order
สต๊ อบออเดอร์ คือออเดอร์ที่ถูกแทนที่ด้วย Buy หรือ Sell ในราคาล่วงหน้าเช่นกัน แต่ไม่ได้ตั้งสวนนะ แต่เป็นการตั้งตามแนวโน้มมากกว่า ตัวอย่างเช่น ตอนนี้ EUR/USD ราคาอยู่ที่ 1.2800 แล้วคุณต้องการ Buy เมื่อราคาสามารถทะลุแนวต้านที่ 1.2820 คุณก็อาจจะไปตั้ง Buy Stop ที่ราคา 1.2820 ถ้าราคาผ่าน 1.2820 ได้ ราคาก็จะไปชน Limit order ของคุณ

4. Stop -Loss
จุดหยุดการขาดทุน
เมื่อ คุณได้ทำการเข้าออเดอร์ไว้แล้ว แล้วไม่มีเวลาอยู่หน้าจอ ต้องออกไปข้างนอก Stop loss สามารถช่วยคุณได้  ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณBuy EUR/USD ที่ 1.2820 คุณต้องการที่จะหยุดขาดทุนที่ 20 pips คุณก็สามารถตั้ง Stop loss ได้ที่ราคา 1.2800  เมื่อราคาลงมาถึง 1.2800 ออเดอร์ของคุณก็จะหยุดทันที สต๊อบลอสสามารถช่วยให้หยุดการขาดทุนของคุณได้ ช่วยให้เงินของคุณไม่หมดพอร์ต

5. Target
ทา เก็ตคือ ราคาเป้าหมาย หรือกำไรที่คุณต้องการ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการกำไรจาก Order Buy ที่ราคา 1.2820  โดยหวังกำไรจากรายการนี้ 20 pips คุณก็ตั้ง Target ไว้ที่ 1.2840
การตั้ง Stop loss และ Target ช่วยให้คุณมีวินัยในการเทรดมากขึ้น


ประเภทออเดอร์แบบอื่นๆ

1.GTC(Good'til canceled)

คำ สั่งแบบ GTC เป็นคำสั่งที่ยังคงแอคทิฟจนกระทั่งคุณได้ตัดสินใจยกเลิกมัน โบรกเกอร์ของคุณจะไม่ยกเลิกให้คุณ ดังนั้น นี่เป็นความรับผิดชอบของคุณที่คุณได้กำหนดชนิดไว้แล้ว

2.GFD(Good for the day)
คำ สั่งแบบ GFD จะยังคงแอคทิฟจนกระทั่งตลาดปิด วันต่อวันเท่านั้น ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ของคุณว่ากำหนด ราคาของวันนั้นๆ จะสิ้นสุดกี่โมง เพื่อเริ่มวันใหม่ ต้องตรวจสอบกับทางโบรกเกอร์ของคุณด้วย

3.OCO (Order cancels other)
คำสั่งแบบ OCO จะรวมระหว่าง Limit และ Stop โดยตั้งไว้ที่ด้านบนและด้านล่างของราคาปัจจุบัน

คำสั่งเหล่านี้จะมีเฉพาะบางโบรกเกอร์เท่านั่น  เพราะฉะนั้นคุณควรจะรู้คำสั่งพื้นฐานเอาไว้

ศึกษาข้อมูลได้ที่ http://siammetatrader.com/index.php/topic,87.0.html

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วิธีการสมัครเปิดบัญชี Exness Forex





- เข้าสู่เว็บไซต์ www.exness.com
- เลือกภาษาที่เราต้องการ (ภาษาไทย)
- เลือกบัญชีการซื้อขาย

- แนะนำเลือกเปิดบัญชี MINI

- กรอกข้อมูล อีเมลล์ เบอร์โทร

- กรอกชื่อ-สกุล (ภาษาอังกฤษ)
- เลือก leverage และสกุลเงิน
- กรอกรหัสที่ได้รับทาง SMS และอีเมลล์

- แนะนำเลือกประเภทรักษาความปลอดภัยเป็นแบบ โทรศัพท์เคลื่อนที่
- สร้างรหัสผ่าน

- เลือกโบนัสที่ต้องการ

- ข้อมูลบัญชีที่เราเปิด

- จะมีอีเมลล์ 3 ฉบับ ส่งเข้าอีเมลล์ของเราเป็นข้อมูลทางบัญชีต่างๆ โปรดอ่านและเก็บไว้ดีดีครับ

วิธีสมัคร HotForex





1.เข้าไปที่หน้าเว็บเพื่อนสมัคร www.hotforex.com


2. กรอกข้อมูลของคุณ เลือกประเภทบัญชีและใส่ข้อมูลรายได้และอาชีพ เลือกบัญชีโบนัส หรืออาจจะไม่เลือกก็ได้ อย่าลืมอ่านเงื่อนไขในการรับโบนัสด้วย จากนั้นตอบโจทย์ Security Questions แล้วคลิ๊กที่กล่องสี่เหลี่ยมด้านล่าง
เพื่อยอมรับเงื่อนไขต่างๆ แล้วกด Open Live Account



3. หลังจากนั้นคุณจะได้เจอกับหน้าแสดงความยินดี แล้วให้คุณไปเช็คเมล์ของคุณ คุณจะได้รับลิงค์เพื่อยื่นยันตัวตน ให้กดที่ลิงค์นั้น


4. เมื่อกดลิงค์ที่ได้รับจากเมล์แล้ว คุณจะได้เจอกับหน้าแสดงความยินดีอีกครั้งสำหรับการยืนยันเมล์ของคุณ  และคราวนี้
ทางโบรคเกอร์ก็จะส่งหมายเลข ID และ Password ไปให้คุณทางเมล์ คุณก็เข้าไปเช็คเมล์ของคุณอีกรอบ


5. อีเมล์ที่คุณได้รับจะมีหน้าตาแบบนี้  จะมีID และ Password 2 ชุด ชุดแรก จะใช้กับการล็อกอิน เข้าเว็บไซด์ ส่วนอีกชุด
จะใช้ล็อกอิน เข้าโปรแกรม MT4 และ จะมีลิ้งค์ ดาวน์โหลด โปรแกรมเทรด MT4 และลิงค์เพื่อเข้าหน้ารายการหลักของคุณ เลือกที่ MyHotForex เพื่อเข้าหน้าหลักของคุณ


6. ใส่รหัส ID และ Password เพื่อเข้าหน้าเว็บหลักของคุณ


7. การยืนยันตัวตน เมื่อเข้าหน้าหลัก ให้คุณเลือกข้อ 1 เพื่อเข้าไปทำการยืนยันตัวตน


8. หลังจากนั้นอัพโหลดไฟล์ บัตรประชาชน,พาสปอร์ต หรือใบขับขี่ ไปเพื่อยืนยันตัวบุคคล (PLE) และอกสารใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ บิลต่างๆที่มีชื่อคุณอยู่ในนั้น เพื่อยืนยันที่อยู่ (POA) ไฟล์เอกสารที่ส่งจะต้องเป็น PDF หรือ JPG format เท่านั้น

จากนั้นคุณก็แค่รอให้ทางโบรคเกอร์ตรวจสอบและอนุมัติเท่านั้น ถือว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนสมัครเรียบร้อยค่ะ






1.เข้าไปที่หน้าเว็บเพื่อนสมัคร www.hotforex.com


2. กรอกข้อมูลของคุณ เลือกประเภทบัญชีและใส่ข้อมูลรายได้และอาชีพ เลือกบัญชีโบนัส หรืออาจจะไม่เลือกก็ได้ อย่าลืมอ่านเงื่อนไขในการรับโบนัสด้วย จากนั้นตอบโจทย์ Security Questions แล้วคลิ๊กที่กล่องสี่เหลี่ยมด้านล่าง
เพื่อยอมรับเงื่อนไขต่างๆ แล้วกด Open Live Account



3. หลังจากนั้นคุณจะได้เจอกับหน้าแสดงความยินดี แล้วให้คุณไปเช็คเมล์ของคุณ คุณจะได้รับลิงค์เพื่อยื่นยันตัวตน ให้กดที่ลิงค์นั้น


4. เมื่อกดลิงค์ที่ได้รับจากเมล์แล้ว คุณจะได้เจอกับหน้าแสดงความยินดีอีกครั้งสำหรับการยืนยันเมล์ของคุณ  และคราวนี้
ทางโบรคเกอร์ก็จะส่งหมายเลข ID และ Password ไปให้คุณทางเมล์ คุณก็เข้าไปเช็คเมล์ของคุณอีกรอบ


5. อีเมล์ที่คุณได้รับจะมีหน้าตาแบบนี้  จะมีID และ Password 2 ชุด ชุดแรก จะใช้กับการล็อกอิน เข้าเว็บไซด์ ส่วนอีกชุด
จะใช้ล็อกอิน เข้าโปรแกรม MT4 และ จะมีลิ้งค์ ดาวน์โหลด โปรแกรมเทรด MT4 และลิงค์เพื่อเข้าหน้ารายการหลักของคุณ เลือกที่ MyHotForex เพื่อเข้าหน้าหลักของคุณ


6. ใส่รหัส ID และ Password เพื่อเข้าหน้าเว็บหลักของคุณ


7. การยืนยันตัวตน เมื่อเข้าหน้าหลัก ให้คุณเลือกข้อ 1 เพื่อเข้าไปทำการยืนยันตัวตน


8. หลังจากนั้นอัพโหลดไฟล์ บัตรประชาชน,พาสปอร์ต หรือใบขับขี่ ไปเพื่อยืนยันตัวบุคคล (PLE) และอกสารใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ บิลต่างๆที่มีชื่อคุณอยู่ในนั้น เพื่อยืนยันที่อยู่ (POA) ไฟล์เอกสารที่ส่งจะต้องเป็น PDF หรือ JPG format เท่านั้น

จากนั้นคุณก็แค่รอให้ทางโบรคเกอร์ตรวจสอบและอนุมัติเท่านั้น ถือว่าเสร็จสิ้นขั้นตอนสมัครเรียบร้อยค่ะ

วิธีสมัคร IronFX





1.เข้าไปที่หน้าเว็บเพื่อสมัคร http://www.ironfx.com/

2. กรอกข้อมูลเบื้องต้น


3. กรอกรายละเอียดของเราซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีตามตัวอย่าง


4. ขั้นตอนการยืนยันตัวตน ด้วยการส่งเอกสาร เราอาจจะทำทีหลังก็ได้ โดยการยืนยันตัวบุคคล จะใช้เป็น บัตรประชาชน พาสปอร์ต หรือ ใบขับขี่ และการยืนยันที่อยู่ จะใช้เป็นใบเสร็จ บิลเรียกเก็บเงินต่างๆก็ได้ แต่ในส่วนของการยอมรับเงื่อนไขต้องทำเครื่องหมายด้วยก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไป



หลังจากจบขั้นตอนนี้ก็เสร็จเรียบร้อย จะมีหน้าแสดงความยินดีขึ้นมา แล้วตัดเข้าไปที่จะทำการฝากเงินเข้าบัญชี และเมนูหลักอื่นๆขึ้นมาให้ สังเกตว่าด้านบนจะเป็นชื่อ และชื่อเล่นทีคุณตั้งให้กับพอร์ตของคุณอยู่


5. เมนูการเลือกฝากเงิน


สำหรับเรื่องการฝากถอนเงิน ถ้าคุณฝากทางช่องทางไหน ก็จะต้องถอนผ่านช่องทางนั้น ส่วนการฝากผ่านบัตร เครดิต เดบิต เวลาถอนคุณจะถอนผ่านบัตรได้เฉพาะเงินต้นที่คุณฝาก ส่วนกำไรส่วนต่างทางโบรคเกอร์จะส่งให้คุณผ่านทางธนาคาร

วิธีสมัคร ROBOforex





เข้าสู่เว็บไซต์ http://www.roboforex.com
กดเปิดบัญชีที่ปุ่ม Open live account ตามรูปภาพด้านล่าง


กรอกรายละเอียด ให้ครบทุกช่อง ตามตัวอย่างด้านล่าง กด Confirm เพื่อยืนยันการสมัคร

- ต้องการรับเงินฟรี ต้องเลือก บัญชีแบบ Pro-Cent หรือ Fix-Cent
- แนะนำให้เลือก Pro-Cent เพราะ ทศนิยม 5 ตำแหน่ง
- แนะนำให้เลือก เลือก Leverage  1 :500
- ถ้าทุนเยอะ แนะนำให้เปิดแบบ Pro-Standard ไปเลยนะครับ Deposits ขั้นต่ำ 50 เหรียญ

เปิดที่อีเมล์ เพื่อรับ Code ยืนยันการเปิดบัญชี


การยืนยันสามารถทำได้ 2 อย่างคือ กดที่ลิงค์เมล์ หรือนำ Code กรอกยืนยันก็ได้



ถ้าทุกอย่างถูกต้อง ระบบจะขึ้นว่า การสมัครเรียบร้อยแล้ว จะโชว์รายละเอียดบัญชีที่เปิด


หลังจาก Verify บัญชีเรียบร้อยแล้ว สามารถขอ Bonus ฟรี 5 $ ได้